วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เข้าใจแบบชาวบ้านกับอำนาจและความชอบธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ

เข้าใจแบบชาวบ้านกับอำนาจและความชอบธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ 1. การแก้รัฐธรรมนูญมาตรา291. ของพรรคเพื่อไทยและสว.บางส่วน. เป็นการแก้มาตราที่ "ว่าด้วยการแก้รัฐธรรมนูญ".  ครับ. มาตรา 291 บัญญัติวิธีการแก้ไว้อาลัย.   แต่ ส.ส.เสียงข้างมากไปรื้อถอนวิธีการเหล่านั้น. และแก้ใหม่ โดยให้มี"การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่".    หมายความเป็นการแก้รัฐธรรมนูญ ปี 2550.  เพื่อ ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ปี 2550. นั่นเอง.          ด้วยเหตุนี้การทำของส.ส.เสียงข้างจึงอาจเข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข. ขัดกับมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญ. ที่บอกว่า บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพล้มล้างรัฐธรรมนูญไม่ได้.  และ. ใครพบเห็นเหตุการณ์นี้สามารถยื่นเรื่องให้อัยการตรวจสอบและยื่นให้ศาลรัฐธรรมวินิจฉัย สั่งการให้เลิกกระทำดังกล่าวได้ ดังนั้นศาลรัฐธรรมนูญ. จึงมีอำนาจสั่งการให้หยุดการกระทำนั้นได้ครับ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 2  มีกลุ่มคนหลายกลุ่มเช่น สว.กลุ่ม40   กลุ่มคุณวริน เทียมจรัส อดีตสว.  กลุ่มพันธมิตร ส่งคำร้องไปที่อัยการ. เพื่อให้อัยการสอบสวน และส่งต่อให้. ศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า. การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างรัฐธรรมนูญทำได้หรือไม่. เป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่.   3   แต่ปรากฎว่ายื่นไปเป็นเวลานานแล้ว  อัยการสูงสุดไม่เร่งรัดดำเนินการ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเมืองได้.  ประชาชนบางกลุ่มจึงอาศัยช่องทางตามมาตรา 212 ของรัฐธรรมนูญ. ใช้สิทธิยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ  เพราะมาตรานี้ระบุว่า หากประชาชนถูกละเมิดสิทธิ แล้วไม่มีช่องทางอื่นแล้วให้ใช้ช่องทางนี้ ตามพรบ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรนูญ (การแก้รัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย เพื่อล้มล้างรัฐธรรมนูญปี 2550 เป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนอย่างร้ายแรงครับ. เพราะรัฐธรรมกำหนดสิทธิประชาชนไว้หลายอย่าง และไม่มีหลักประกันอะไรว่า ร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะคงสิทธิเหล่านั้นไว้.  รวมทั้งอาจเป็นการล้มล้างระบอบปกครองประชาธิปไตย ซึ่งเท่ากับเป็นการทำลายสิทธิทั้งหมดของประชาชน) 4.ศาลรัฐธรรมนูญอาศัยอำนาจตามมาตรา. 212 นี้ครับ รับคำร้องของประชาชน. เป็นอำนาจที่มีการรับรองอย่างชัดเจนในรัฐธรรมนูญครับ.  ไม่ใช่เป็นการแทรกแซงอำนาจนิติบัญญัติแต่อย่างใด 5.ศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากวินิจฉัยแล้ว เห็นว่า. การกระทำของพรรคเพื่อไทยและสว.บางส่วนที่อาจเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย.  และหากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ประเทศ. ดังนั้นจึงสั่งการตามอำนาจที่มีในรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ครับ หาได้ใช้อำนาจตามอำเภอใจอย่างที่มีการโจมตีจากพวกกลุ่มเสื้อแดงแต่อย่างใด  6.ศาลรัฐธรรมนูญจึงสั่งการให้ ระงับการลงมติการแก้รัฐธรรมนูญในวาระสามไว้ก่อน. เพื่อไต่สวนในต้นเดือนกรกฎาคม 2555. เมื่อไต่สวนเสร็จก็จะวินิจฉัยว่า. การทำของพรรคเพื่อไทยและสว.  บางส่วน.  เป็นการล้มล้างระบอบการปกครองหรือไม่ 7 สรุปว่า. การกระทำครั้งนี้ของศาลรัฐธรรมนูญ กระทำโดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญทุกประการ. และเป็นสิ่งที่มีความชอบธรรม.  รวมทั้งเป็นการทำด้วยเจตนารักษกฎหมาย รักษารัฐธรรมนูญ และระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขครับ 8 ดังนั้น ใครขัดขวางหรือไม่ทำตามการสั่งการของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้. จึงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ครับ. ใครยุยงไม่ให้ผู้อื่นปฏิบัติตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ก็เท่ากับยุยงให้ผู้อื่นกระทำผิดกฎหมายเช่นเดียวกันครับ.   9 ใครไม่ฟังคำสั่งการของศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 68  ของรัฐธรรมนูญ2550 ผิดกฎหมายแน่นอนครับ และมีโอกาสติดคุกหากเชื่อและทำตามคำยุยง ของผู้อื่นให้ละเมิดคำสั่งนี้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น