วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

การรับฟังข้อมูลข่าวสารที่บั่นทอนและทำลายประชาธิปไตย


                              การรับฟังข้อมูลข่าวสารที่บั่นทอนและทำลายประชาธิปไตย  

พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต

การรับฟังข้อมูลข่าวสารที่บั่นทอนและทำลายประชาธิปไตย  มีลักษณะสำคัญคือ 4 ประการ


1.                การรับฟังที่จำกัดคับแคบ แบบกบในกะลา  รับฟังแต่สิ่งที่ตนเองชอบและเชื่อ  ขณะเดียวกันก็ปิดหูปิดตาต่อสิ่งที่แตกต่างจากความเชื่อของตนเอง    ประเภทฟังแต่พวกเดียวกัน ไม่ฟังคนอื่นหรือฟังแบบจับผิด

2.                การฟังที่ไร้ปัญญาขาดความสามารถในการวิเคราะห์ ไม่อาจแยกแยะได้ว่าอะไรคืออารมณ์เชิงปลุกเร้าให้ไปสู่ความหายนะ อะไรคือเหตุผลที่ทำให้หลุดพ้นจากความงมงาย   ปะปนสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก แล้วแต่ผู้พูดหรือผู้เขียนชักนำไปทางทิศไหน   แม้แต่จุดไฟเผาเมืองก็ยังทำ

3.                 การฟังที่ขาดความสามาถในการแยกแยะว่าสิ่งใดคือความเท็จ สิ่งใดคือความจริง   และแยกไม่ออกระหว่างข้อเท็จจริงกับความคิดเห็นของผู้พูดหรือผู้เขียน   เมื่อแยกเท็จหรือจริงไม่ออกก็จะนำไปสู่ดินแดนแห่งภาวะกึ่งจริงกึ่งฝัน  เช่น ฝันว่าสังคมไทยยังอยู่ในยุคศักดินา  มีอำมาตย์ปกครองประเทศ   หากใครมีภาวะแบบนี้สะสมมากๆ ก็จะไม่สามารถแยกได้ว่าอะไรคือความจริง อะไรคือความฝัน  ภาวะเช่นนี้ในทางจิตวิทยาเรียกว่า “จิตเภท” หรือ จิตที่แตกแยก นั่นเอง

4.                การฟังแบบด่วนสรุปและเชื่อสุดหัวใจ    เป็นภาวะที่เมื่อผู้รับข้อมูลข่าวสารได้ยินหรืออ่านในสิ่งที่ผู้พูดหรือเขียน ถ่ายทอดออกมา แล้วก็ด่วนสรุปและเชื่อว่ามันเป็นเช่นนั้น โดยที่ไม่ใช้ปัญญาและเหตุผลในการไตร่ตรองอย่างรอบคอบถี่ถ้วน     ความเชื่อแบบนี้มีความสัมพันกับความคลั่งไคล้หลงใหล 
              หากผู้รับข้อมูลข่าวสารมีความคลั่งไคล้หรือหลงไหลต่อผู้ที่ถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้เชื่อเร็วยิ่งขึ้น    ความเชื่อแบบนี้มีความฝังแน่นมาก  ยากที่จะแกะให้หลุดออกจากจิตได้ง่าย    และหากประเทศใดประชาชนส่วนใหญ่รับข้อข้อมูลข่าวสารและเชื่อแบบด่วนสรุป  ก็จะเป็นสิ่งบั่นทอนและทำลายประชา
ธิปไตย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น