ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การพยายามให้ฝ่ายการเมืองครอบงำศาลรัฐธรรมนูญ

การเสนอปรับที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโดยนิติราษฎร์และอุกฤษณ์ มงคลนาวิน มีฐานคิดเดียวกันคือ การให้ฝ่ายการเมืองเป็นผู้เลือกศาลรัฐธรมนูญ โดยอ้างว่าจะทำให้ื่อมโยงกับประชาชน ข้อเสนอนี้นอกจะจะแสดงถึงความไร้เดียงสาไม่เข้าใจบริบททางการเมืองไทยแล้ว ยังเป็นการเสนอที่สร้างภาวะการขัดกันของผลประโยชน์. เพราะหน้าที่หลักของศาลรัฐธรรมนูญคือการวินิจฉัยและตัดสินเกี่ยวกับการละเมิดรัฐธรรมนูญ. ซึ่งกลุ่มที่ละเมิดรัฐธรรมนูญมากที่สุดดีือนักการเมือง. ดังนั้นหากให้นักการเมืองเลือกผู้ที่มาตัดสินความผิดของตนเอง พวกเขาก็ย่อมมีแนวโน้มเลือกคนที่เป็นพวกหรือสนับสนุนตนเอง. ซึ่งจะทำให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินอย่างมีอคติสูง ยิ่งกว่านั้นยังทำให้นักการเมืองสามารถแทรกแซงและครอบงำกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายขัดกับหลักการถ่วงดุลย์ของอำนาจอีกด้วย ข้อเสนอของกลุ่มบุคคลและบุคคลดังกล่าว. จึงเป็นข้อเสนอที่เพิ่มอำนาจให้แก่ฝ่ายการเมือง. เอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายการเมือง ขณะที่บ่อนทำลายอำนาจในการตรวจสอบนักการเมืองของสังคมให้ลดน้อยลง. ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อระบอบประชาธิปไตย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

 อุดมการณ์การเมือง  (๑) อุดมการณ์การเมือง : “อวสานนิยม” ของอุดมการณ์และประวัติศาสตร์การเมืองโลก (1) เผยแพร่:  12 ก.ค. 2562 17:23     โดย: ผู้จัดการออนไลน์ "ปัญญาพลวัตร" "พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต" อุดมการณ์เป็นองค์ประกอบสำคัญของประวัติศาสตร์โลกมากกว่าสองร้อยปี มีบทบาทต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอย่างใหญ่หลวง อุดมการณ์ยังเป็นพลังการขับเคลื่อนความก้าวหน้าที่ต่อเนื่องของการเปลี่ยนรูปลักษณ์ทางสังคมและการพัฒนาการเมือง กระนั้นก็ตามในโลกทางวิชาการมักมีข้อเสนอและการถกเถียงเกี่ยวกับการอวสานของอุดมการณ์และประวัติศาสตร์เป็นระยะ  คำถามที่ว่า อุดมการณ์และประวัติศาสตร์ถึงจุดจบจริงหรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว อุดมการณ์กำเนิดขึ้นในสังคมอุตสาหกรรมตะวันตก ต่อมาก็แพร่กระจายไปทั่วโลก และสร้างชุดของภาษาและวาทกรรมการเมืองในแทบทุกประเทศ อย่างไรก็ตามความคิดเห็นทางวิชาการเกี่ยวกับบทบาทของอุดมการณ์ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์แบ่งออกเป็นสองมุมมองคือ มุมมองแรกมีทัศนะเชิงบวกต่ออุดมการณ์ เห็นว่าอุดมการณ์เป็นปฐมเหตุของสัจธรรม ความก้าวหน้า และควา...

ปรัชญาสังคมศาสตร์

ปรัชญาสังคมศาสตร์ พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต พิมพ์ครั้งที่ ๒   จำหน่ายที่ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์               การเขียนหนังสือเล่มหนึ่งเป็นการเดินทางที่ผู้เขียนเองมิอาจกำหนดเนื้อหาและ จุดหมายปลายทางล่วงหน้าที่ชัดเจนได้ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอระหว่างกระบวนการเขียน จวบจนถึง ณ จุดหนึ่งของเวลาที่จำเป็นจะต้องเขียนให้จบลง ไม่ว่าจะด้วยเงื่อนไขประการใด ก็ตาม เรื่องราวต่างๆ จึงถูกประกอบขึ้นมาเป็นรูปร่าง แต่ความท้าทายต่างๆก็ยังดำรงอยู่อย่าง ไม่จบสิ้น               ในการเขียนตำราเรื่องปรัชญาสังคมศาสตร์: การอธิบายสังคม รากฐานสำหรับการวิจัย ทางสังคม ผู้เขียนได้รับทุนจากคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ การเขียนโดยรับทุนมีข้อดีที่สำคัญคือ มีการกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนที่ผู้เขียนจะต้องเขียนให้จบ ซึ่งเป็นแรงกดดันให้ต้องลงมือเขียนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางความโกลาหลของงานอื่นๆ อีกนานาประการ ภายใต้เงื่อนไขเหล่านั้นหา...

วิจารณ์หนังสือ การสร้างทฤษฎีฐานราก: แนวทางเชิงปฏิบัติผ่านการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ ของ Kathy Charmaz. พิมพ์ในวารสารพัฒนาสังคม V 14. No. 2

บทวิจารณ์หนังสือ  พิชาย  รัตนดิลก ณ ภูเก็ต Kathy Charmaz  2006. Constructing Grounded Theory: A Practical Guide Through Qualitative Analysis. London: SAGE   จำนวน  208  หน้า ความเป็นมาของทฤษฎีฐานราก ระเบียบวิธีทฤษฎีฐานราก (Grounded Theory) อุบัติขึ้นจากนักสังคมวิทยาสองคนคือ Barney G. Glaser และ Anselm L. Strauss ช่วงกลางทศวรรษ 1960s    ทั้งสองไปทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องสภาวะกำลังตายและการตาย ของผู้ป่วยในโรงพยาบาล    พวกเขาได้พัฒนายุทธศาสตร์เชิงระเบียบวิธีอย่างเป็นระบบในการวิเคราะห์ข้อมูลซึ่งทำให้นักสังคมศาสตร์สามารถนำไปประยุกต์ในการศึกษาเรื่องอื่นๆได้จำนวนมาก   ในปี 1967 Glaser และ Strauss  ได้เสนอระเบียบวิธีนี้เข้ามาสู่แวดวงวิชาการในหนังสือที่มีชื่อเสียงโด่งดังของพวกเขา คือ The Discovery of Grounded Theory   ซึ่งทำให้การวิจัยเชิงคุณภาพรอดพ้นจากวิกฤตการณ์ของระเบียบวิธี        ช่วงเวลาก่อนที่ Glaser และ Strauss เสนอระเบียบวิธีการวิจัยทฤษฎีฐานรากเป็นช่วงที่การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ใ...