ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ประชาธิปไตย

พื้นที่อันว่างเปล่าของประชาธิปไตย

พื้นที่อันว่างเปล่าของประชาธิปไตย พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต           ประชาธิปไตยเป็นวาทกรรมหลักทางการเมืองของโลกยุคสมัยใหม่  เป็นลัทธิการเมืองที่ถูกทำให้มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นสิ่งที่ควรบูชา โดยใช้มีฐานค้ำยันอันสำคัญที่เรียกว่า “ประชาชน”  แต่ทว่าคำว่าประชาชนเป็นคำที่มีนามธรรมสูงและไม่อาจระบุอย่างเฉพาะเจาะจงเหมือนกลุ่มอื่นๆในสังคมได้ ด้วยเหตุนี้ “ประชาชน” จึงเป็นพื้นที่อันว่างเปล่า ที่แต่ละกลุ่มในสังคมต่างเข้าไปช่วงชิงและใช้ประโยชน์เพื่อตนเอง            ความเชื่อหลักของลัทธิประชาธิปไตยที่มักมีการอ้างว่าดีกว่าลัทธิการเมืองแบบอื่นๆคือ การใช้อำนาจการเมืองในการกำหนดนโยบายและการนำนโยบายไปปฏิบัติถูกกำหนดโดยตรงจากเสียงของประชาชน  และเชื่อว่าเมื่อผู้ใช้อำนาจการเมืองหรือรัฐบาลมาจากประชาชนแล้ว จะใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งมวลอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม           ในสายตาของอริสโตเติล ประชาธิปไตยอาจเป็นที่ยอมรับได้ตราบเท่าที่รัฐบาลยังยึ...

การปะทะกันของวัฒนธรรมทางการเมืองแบบใหม่กับแบบเก่า

การปะทะกันของวัฒนธรรมทางการเมืองแบบใหม่กับแบบเก่า  ASTVผู้จัดการรายวัน 19 ตุลาคม 2555 18:50 น.        ปัญญาพลวัตร        โดย...พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต              เมื่อปลายศตวรรษที่ยี่สิบ (1998) เทอรี่ นิโคลส์ คล้าก และ วินเซนต์ ฮอฟฟ์แมนน์-มาร์ตินอท ได้ร่วมกันเป็นบรรณาธิการผลิตหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่งชื่อ วัฒนธรรมการเมืองใหม่ (the new political culture) หนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็นสามส่วน ส่วนแรกเป็นกรอบแนวคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรมการเมืองใหม่เพื่อใช้ในการตีความ ว่าอะไรเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนที่ไหน และทำไมจึงเกิดการเปลี่ยนแปลง ส่วนที่สองเน้นการตอบคำถามว่าวัฒนธรรมการเมืองใหม่อุบัติขึ้นที่ไหนและทำไม และส่วนที่สาม เกี่ยวกับคำถามที่ว่าพรรคการเมืองและโครงสร้างแบบลำดับชั้นก่อให้เกิดทิศทางใหม่เกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญของประเด็นทางการเมืองและนโยบายอย่างไร              ผมเห็นว่าเป็นหนังสือที่น่าสนใจจึงนำบางส่วนมาถ่ายทอดให้ลองอ่านกันดู อันจะเป็นประโยชน์ในการนำมาวิเคราะห์ เปรีย...

สมองนักวิชาการแดงและผลพวงของการใช้อำนาจนิติบัญญัติล้มล้างประชาธิปไตย

สมองนักวิชาการแดงและผลพวงของการใช้อำนาจนิติบัญญัติล้มล้างประชาธิปไตย  ASTVผู้จัดการรายวัน 6 กรกฎาคม 2555 18:12 น. ปัญญาพลวัตร        โดย...พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต              แม้ว่าผู้รู้หลายคนมีความเห็นตรงกันว่า คณะรัฐมนตรีและ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลกำลังใช้อำนาจนิติบัญญัติล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 แต่นักวิชาการและสื่อมวลชนแดงบางกลุ่มกลับมีความเข้าใจไปอีกแบบหนึ่ง ในบทความนี้จะมาดูกันว่าบรรดานักวิชาการและสื่อมวลชนเสื้อแดงคิดอย่างไรเกี่ยวกับการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และสถานการณ์ทางการเมืองหลังจากนั้น รวมทั้งการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของการวินิจฉัยของศาลและผลพวงที่ตามมาต่อคณะรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาล และ ส.ส.ในทัศนะของผู้เขียนเอง              ในมุมมองของคนลัทธิแดง การที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของประชาชนเพื่อวินิจฉัยว่าการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ ถูกมองว่าเป็นรัฐประหารตุลาการ โดยพวกเขาตีความว่าศ...

เหยื่อของประชาธิปไตยแบบฝูงชน

เหยื่อของประชาธิปไตยแบบฝูงชน  ASTVผู้จัดการรายวัน 29 มิถุนายน 2555 20:19 น. ปัญญาพลวัตร        โดย...พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต              กรุงเอเธนส์เมื่อประมาณ 2,400 ปี นักคิดสามัญชนร่างเตี้ยห่มผ้าที่มีรอยยับย่นเดินช้าๆไปตามถนนในเมือง มองความบ้าคลั่งทางการเมืองแบบประชาธิปไตยอย่างเยือกเย็น เขาเป็นคุรุที่ผู้คงแก่เรียนและคนหนุ่มผู้เร่าร้อนชมชอบมารุมล้อมฟังการสนทนาแสวงหาความรู้ร่วมกันเป็นประจำ การสนทนาที่มีชีวิตชีวาและประเทืองปัญญาเริ่มขึ้น คำถามข้อแล้วข้อเล่าถูกตั้งขึ้นมา คำตอบก็เฉกเช่นเดียวกัน ผุดออกมาไม่หยุดย่อน แต่ไม่มีบทสรุปจบดุจบันไดวนขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง นักคิดผู้นี้คือ โสคราติส               โสคราติสได้รับการชื่นชอบจากสานุศิษย์ เพราะเขามีทั้งความเป็นคนสามัญและนักปรัชญาอยู่ร่วมกัน เขาไม่เคยโอ้อวดว่าตนเองเป็นผู้มีความรู้ กล่าวเสมอว่าตนเองเป็นมือสมัครเล่นทางปัญญา ใฝ่หาความรู้ด้วยความรัก เมื่อมีคนยกย่องว่าเขาเป็นผู้ฉลาดที่สุดในกรีก เขาตอบว่า “ข้าพเจ้ารู้อยู่อย่างหนึ่งว่า ตั...

ประชาธิปไตยที่มีคุณค่า ต้องไม่ใช่แบบที่ถูกซื้อ

                ประชาธิปไตยที่มีคุณค่า ต้องไม่ใช่ แบบที่ถูกซื้อ พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต โดยทั่วไปประชาธิปไตยถูกเข้าใจว่าเป็นการปกครองของเสียงส่วนใหญ่   การเลือกตั้งจึงถูกใช้เป็นกลไกหลักในการเลือกคนเข้ามาปกครอง เพราะการเลือกตั้งเป็นการนับจำนวน   พรรคการเมืองใดที่ประชาชนสนับสนุนในจำนวนที่มากกว่า ผู้นำพรรคก็จะกลายเป็นผู้บริหารปกครองประเทศ    การใช้หลักเสียงส่วนใหญ่ในการเลือกตัวแทนมีหลากหลายรูปแบบ ในบางประเทศใช้หลักเสียงส่วนใหญ่แบบสัมบูรณ์ ( absolute majority)  คือ ผู้ที่ได้รับเลือกเข้าไปเป็นตัวแทนในฝ่ายบริหารหรือนิติบัญญัติจะต้องได้รับคะแนนร้อยละ 50 ของผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งขึ้นไป      บางประเทศใช้ระบบแบบ “คนที่ได้รับคะแนนมากที่สุดแม้ไม่ถึงครึ่งก็จะได้รับการคัดเลือก” ( first-past-the-post)   บางประเทศใช้ระบบสัดส่วน ( proportional representation)  และบางประเทศอาจใช้หลายระบบผสมผสานกัน ปัญหาคือเสียงส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่มีคุณค่าหรือเป็นสิ่งที่ดีในตัวของมันเองจริงหรือ...